ส่วน implied odds poker คือการมองต่อไปอีกขั้น ไม่ได้ดูแค่ว่าคอลรอบนี้คุ้มไหม แต่ดูว่า ถ้าคุณติดมือแล้วจะมีโอกาสได้เงินเพิ่มอีกหรือไม่ เช่น คุณมี draw ที่ดีและถ้าติดแล้วคาดว่าอีกฝ่ายจะจ่ายเพิ่ม ก็เท่ากับมูลค่าที่แท้จริงสูงกว่า pot odds ที่เห็นตรงหน้า ผู้เล่นที่เก่งจะไม่ดูแค่ absolute hand strength หรือความแข็งแรงของมือแบบตายตัว แต่จะดู relative hand strength ด้วยว่าเมื่อเทียบกับบอร์ดและไลน์เดิมพัน ณ ตอนนั้น มือของเราดีพอไหม บอร์ด texture poker ก็มีผลมาก เพราะบอร์ดที่เปียกและเชื่อมต่อกันมักทำให้ความเสี่ยงของ draw สูง ขณะที่บอร์ดแห้งอาจทำให้คู่เล็กๆ ของเรามีคุณค่ามากขึ้นในบางสถานการณ์
สำหรับ Straight มีมือพิเศษที่ต้องจำให้ได้คือ Wheel straight และ Broadway straight Wheel straight คือ A-2-3-4-5 โดย Ace จะนับเป็น 1 ได้ มือแบบนี้ถือเป็น Straight ต่ำสุด ส่วน Broadway straight คือ A-K-Q-J-10 ซึ่งเป็น Straight สูงสุด และถ้าไพ่ทั้งห้าใบเป็นดอกเดียวกันก็จะกลายเป็น Royal Flush ทันที การรู้สองรูปแบบนี้ช่วยให้คุณอ่านบอร์ดและอ่านไพ่ตัวเองได้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะตอนเล่น Texas Holdem จริงที่จังหวะบนโต๊ะเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าจำพวกนี้ได้คุณจะไม่พลาดการนับ Straight ที่ถูกซ่อนอยู่ในบอร์ด
Royal Flush คือไพ่สูงสุดในโป๊กเกอร์ เป็น A-K-Q-J-10 ที่เป็นดอกเดียวกันทั้งหมด เช่นโพดำทั้งหมดหรือหัวใจทั้งหมด มือแบบนี้หายากมากจนเรียกได้ว่าแทบไม่เจอในชีวิตจริง โอกาสเกิดประมาณ 1 ใน 649,740 เท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่มันเป็นมือที่ทุกคนฝันถึง ต่อมาคือ Straight Flush ซึ่งคือไพ่ 5 ใบเรียงกันและเป็นดอกเดียวกัน เช่น 5-6-7-8-9 โพดำ มือแบบนี้ก็แรงมากและหายากสุดๆ เช่นกัน จากนั้นเป็น Four of a Kind หรือไพ่ตองสี่ใบ เช่น Q-Q-Q-Q พร้อมไพ่ใบที่ห้าอีกหนึ่งใบ มือแบบนี้ก็ชนะเกือบทุกมือในสถานการณ์ทั่วไปแล้ว
ถ้าสองคนมีมือเหมือนกันทุกอย่างจริง ๆ นั่นคือกรณี split pot หรือการแบ่งพอท ไม่ใช่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งชนะเต็ม ๆ โดยปกติในเท็กซัสโฮลเอ็มจะใช้ best 5 cards คือเลือกไพ่ 5 ใบที่ดีที่สุดจากไพ่ในมือ 2 ใบและไพ่กองกลาง 5 ใบ ถ้า 5 ใบที่ดีที่สุดของทั้งสองคนเหมือนกันทุกประการจริง ๆ ก็ต้องแบ่งพอทกัน แนวคิดนี้สำคัญมากเพราะมือใหม่บางคนคิดว่าตัวเองชนะหรือแพ้แน่นอน แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นเสมอกันตามกติกา เกมนี้จึงต้องดูทั้งไพ่ในมือ บอร์ด และลำดับการจัดไพ่ที่ดีที่สุดเสมอ ไม่ใช่มองแค่ไพ่สองใบที่ถืออยู่เท่านั้น
ถัดลงมาคือ Straight Flush ซึ่งเป็นไพ่เรียง 5 ใบและดอกเดียวกัน เช่น 5-6-7-8-9 โพดำ มือแบบนี้ก็แรงมากเช่นกัน เพราะต้องครบทั้งเงื่อนไข “เรียง” และ “ดอกเดียวกัน” พร้อมกัน จึงเกิดยากมาก Four of a Kind หรือตองสี่ คือไพ่ 4 ใบหน้าเดียวกัน เช่น Q-Q-Q-Q แล้วมีอีกหนึ่งใบประกอบเป็นไพ่ใบที่ห้า มือแบบนี้ก็แข็งแกร่งมากและชนะมือส่วนใหญ่ได้สบาย ส่วน Full House คือ 3 ใบหน้าเดียวกันบวกกับอีก 2 ใบหน้าเดียวกัน เช่น K-K-K-7-7 หลายคนมือใหม่มักสับสนว่า flush แรงกว่า full house หรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ full house แรงกว่า flush แน่นอน เหตุผลง่ายมากคือมันเกิดยากกว่า และในโป๊กเกอร์ความน่าจะเป็นของการเกิดมือมักสะท้อนความแรงของมือด้วย
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเล่นเท็กซัสโฮลเอ็มหรือเล่นมานานแล้วแต่ยังมีอาการงงทุกครั้งที่ถึงจังหวะเปิดไพ่ บทความนี้จะช่วยสรุปเรื่องสำคัญทั้งหมดไว้ในที่เดียวแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ลำดับไพ่โป๊กเกอร์ว่ามือไหนแรงกว่ามือไหน ไปจนถึงเรื่อง kicker คืออะไร split pot โป๊กเกอร์ คือกรณีไหน รวมถึงแนวคิดเรื่องความน่าจะเป็นของมือไพ่โป๊กเกอร์ที่คนเล่นจริงควรเข้าใจ และปิดท้ายด้วยการแนะนำ QQPK หรือ QQPoker แอปโป๊กเกอร์ที่นักเล่นในเอเชียจำนวนไม่น้อยกำลังพูดถึงกันอยู่ตอนนี้ เป้าหมายของบทความนี้ไม่ใช่แค่ให้คุณท่องจำลำดับไพ่ได้ แต่ให้คุณมองเกมออกมากขึ้น เวลานั่งโต๊ะจะได้ตัดสินใจดีขึ้น ไม่หลงลำดับไพ่สับสน และไม่พลาดจังหวะที่ควร call ควร fold หรือควรไล่เล่นต่อ
คำถามที่เจอบ่อยมากคือทำไม Flush ถึงแรงกว่า Straight ทั้งที่ดูเหมือน Straight จะมีการเรียงและดูยากกว่า คำตอบอยู่ที่ความน่าจะเป็นของมือไพ่โป๊กเกอร์ เพราะ Straight มีรูปแบบเกิดได้มากกว่า Flush เล็กน้อยในเชิงคณิตศาสตร์ ดังนั้น Flush จึงถูกจัดให้แรงกว่า ความจริงข้อนี้สำคัญมากเพราะทำให้เราเข้าใจว่า ranking poker ไม่ได้ตั้งตามความรู้สึกหรือความสวยงามของมือ แต่ตั้งจาก probability poker hands จริงๆ ใครที่เข้าใจตรงนี้จะเลิกสับสนเรื่อง flush vs straight โป๊กเกอร์ ไปได้เยอะ
อีกเรื่องที่มือใหม่งงบ่อยคือ kicker คืออะไร kicker โป๊กเกอร์ คือไพ่ใบที่เหลือเอาไว้ใช้ตัดสินเมื่อผู้เล่นสองคนหรือมากกว่านั้นมีมือหลักเท่ากัน ตัวอย่างง่ายๆ สมมติคุณถือ A-K อีกฝ่ายถือ A-Q และบอร์ดออก A-7-3-2-5 ทั้งสองคนจะได้ One Pair คือคู่เอซเหมือนกัน แต่เมื่อเทียบ kicker แล้ว K ของคุณสูงกว่า Q ของเขา คุณจึงชนะ นี่คือหลักของกฎ kicker ที่สำคัญมากใน showdown เพราะในหลายสถานการณ์ มือหลักอาจเหมือนกัน แต่ไพ่ใบประกอบจะเป็นตัวแบ่งผลแพ้ชนะ ถ้าตัวประกอบทุกใบเหมือนกันจริงๆ ถึงจะต้องแบ่งกันตาม split pot โป๊กเกอร์ หรือพูดง่ายๆ ว่าแบ่งพอทกันไป
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเล่นเท็กซัสโฮลเอ็มหรือเล่นมานานแล้วแต่ยังสับสนเรื่องลำดับไพ่โป๊กเกอร์ บทความนี้จะช่วยให้คุณมองภาพรวมได้ชัดขึ้นแบบครบจบในโพสต์เดียว เพราะในเกมโป๊กเกอร์ สิ่งที่ทำให้ผู้เล่นตัดสินใจได้ดีไม่ใช่แค่การเดาว่าไพ่ตัวเอง “ดูดี” หรือไม่ แต่คือการเข้าใจว่ามือแบบไหนแรงกว่าแบบไหน ไพ่ใบไหนใช้ตัดสินผลในจังหวะเสมอ และสถานการณ์แบบใดควรหมอบ ควรตาม หรือควรดันต่อ หลายคนเล่นมานานแต่ยังตอบไม่ชัดว่า kicker คืออะไร หรือ split pot โป๊กเกอร์ เกิดขึ้นตอนไหน บางคนจำได้แค่ว่าฟลัชแรงกว่าสเตรท แต่ไม่รู้เหตุผลจริง ๆ บทความนี้เลยอยากรวมทุกเรื่องพื้นฐานที่สำคัญ ตั้งแต่ลำดับไพ่เท็กซัส โฮลเอ็ม ไปจนถึงความน่าจะเป็นของมือไพ่ และปิดท้ายด้วยการพูดถึง QQPK แอปโป๊กเกอร์ที่นักโป๊กเกอร์เอเชียหลายคนรู้จักกันครับ
มือไพ่ที่เกิดบ่อยที่สุด: บทความนี้สรุปพื้นฐาน Texas Hold’em แบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ลำดับไพ่ 10 มือ kicker split pot pot odds ไปจนถึงความน่าจะเป็นและแอป QQPK หรือ QQPoker สำหรับเล่นออนไลน์
ถ้าพูดถึงลำดับไพ่โป๊กเกอร์มาตรฐานสากล มือไพ่ทั้งหมดมี 10 แบบ เรียงจากแรงที่สุดไปอ่อนที่สุด ได้แก่ Royal Flush, Straight Flush, Four of a Kind, Full House, Flush, Straight, Three of a Kind, Two Pair, One Pair และ High Card ลำดับนี้คือหัวใจของ Texas Holdem hand ranking ที่ผู้เล่นทุกคนต้องรู้ ถ้าจำไม่ได้ คุณจะเสียเปรียบตั้งแต่ยังไม่เริ่มคิดกลยุทธ์ เพราะในโป๊กเกอร์การรู้ว่าไพ่ของเราดีแค่ไหนเมื่อเทียบกับมืออื่นสำคัญกว่าการเดาแบบใช้ความรู้สึกล้วนๆ มือที่แรงที่สุดคือ Royal Flush ซึ่งหมายถึง A-K-Q-J-10 ดอกเดียวกัน เช่น A♠ K♠ Q♠ J♠ 10♠ เป็นมือที่หายากมากจนหลายคนเล่นมานานยังไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเอง ความน่าจะเป็นของมันต่ำมากระดับแทบไม่ต้องหวังเจอเป็นประจำ แต่ถ้าเจอเมื่อไรก็ถือว่าเป็นมือในฝันของผู้เล่นโป๊กเกอร์แทบทุกคน
เมื่อเข้าใจลำดับไพ่แล้ว ขั้นต่อไปที่ช่วยให้เล่นเก่งขึ้นจริงคือการเข้าใจ equity poker hands, pot odds poker และ outs โป๊กเกอร์ เพราะแม้คุณจะรู้ว่ามือไหนแรงกว่า แต่ในเกมจริงคุณไม่ได้ชนะทุกครั้งด้วยมือที่ใหญ่ที่สุดเสมอไป คุณต้องรู้ด้วยว่ามือของคุณมีโอกาสพัฒนาแค่ไหน เช่น flush draw probability หรือ straight draw probability หากคุณมี flush draw โดยทั่วไปจะมี 9 outs เพราะเหลือไพ่ดอกเดียวกันอีก 9 ใบที่ทำให้ติดฟลัช ส่วน open-ended straight draw จะมี 8 outs เพราะมีไพ่ 8 ใบที่ช่วยทำให้สเตรทสมบูรณ์ การนับ outs ให้เป็นคือพื้นฐานของการคำนวณว่าเมื่อไหร่ควร call หรือ fold เพราะถ้า equity ของคุณสูงกว่าหรือคุ้มกับ pot odds คุณก็ควรตาม แต่ถ้า equity ต่ำกว่าต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่ออยู่ในพอท การหมอบอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ถ้าถามว่าทำไม Flush ถึงแรงกว่า Straight คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความรู้สึก แต่อยู่ที่ความน่าจะเป็นของการเกิดมือจริงในสำรับไพ่ เมื่อมีมือใดมือหนึ่งเกิดยากกว่า โดยหลักการย่อมควรแรงกว่าเพราะเป็นของที่พบได้น้อยกว่า ในความเป็นจริง Straight เกิดได้ประมาณ 10,200 แบบ ส่วน Flush เกิดได้ประมาณ 5,108 แบบ ดังนั้น Flush จึงหายากกว่า Straight และแรงกว่าตามลำดับไพ่โป๊กเกอร์มาตรฐาน นี่คือเหตุผลที่เวลาเล่นจริงเราไม่ควรใช้ความรู้สึกตัดสินว่า “ไพ่ดูสวยกว่า” แต่ควรอิงลำดับไพ่และความน่าจะเป็นให้ชัดเจน เพราะเกมนี้ไม่ได้วัดกันที่ความสวยของไพ่ แต่วัดกันที่กติกาและโอกาสการเกิดของแต่ละมือ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะเล่นที่ไหน สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเข้าใจพื้นฐานให้แน่น เพราะถ้าคุณรู้ลำดับไพ่โป๊กเกอร์ครบ รู้ว่า kicker ใช้ตัดสินอย่างไร รู้ว่า split pot เกิดเมื่อไร และอ่าน pot odds กับ outs ได้ คุณจะตัดสินใจได้ดีขึ้นทันทีในเกมจริง โป๊กเกอร์ไม่ใช่เกมเดาอย่างเดียว แต่เป็นเกมของข้อมูล ความน่าจะเป็น และการเลือกจังหวะที่เหมาะสม ถ้าจำอะไรจากบทความนี้ได้อย่างเดียว ขอให้จำไว้ว่าไพ่ที่เกิดยากมักแรงกว่า รู้ลำดับมือให้แม่น รู้วิธีเทียบไพ่ให้ชัด แล้วค่อยฝึกอ่านเกมเพิ่ม ถ้าคุณทำได้แบบนี้ โป๊กเกอร์จะสนุกขึ้นมากและมีโอกาสพัฒนาเป็นผู้เล่นที่ดีได้จริง และถ้าจะลองเล่นออนไลน์ QQPK ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่หลายคนในโซนเอเชียเลือกใช้กันอยู่ในตอนนี้